September 28, 2022

ติดตามข่าวสารทุกความเคลื่อนไหวของเหล่าบรรดานักเตะ ประจำฤดูกาล การแข่งขันในต่างประเทศ

อัพเดทผลบอลและตารางการแข่งขันล่าสุด พร้อมทั้งวิเคราะห์บอล ข่าวบอลล่าสุด ครบทุกแมทช์ ไม่มีพลาดแน่นอน

เชลซีเฉือนหืดอัลฮิลาล

“ลูกากู” ซัดชัย! เชลซี เชือดหืด อัล ฮิลาล 1-0 ลิ่วชิงศึกสโมสรโลก

ศึกฟุตบอล ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ รอบรองชนะเลิศ ที่ สนาม โมฮัมเหม็ด บิน ซาเย็ด สเตเดี้ยม เป็นการพบกันของ อัล ฮิลาล เจอ เชลซี

เชลซีเฉือนหืดอัลฮิลาล1

อัล ฮิลาล มีตัวชูโรงอย่าง อิกฮาโล่ ยืนนำหน้ามารวมถึงมี เปเรย์ร่า อดีตกองกลางของ เวสต์บรอมวิช ออกสตาร์ทด้วยอีกคน
ส่วนทางด้าน เชลซี ปรับมาเป็นแผนหลังสามและ ซิลวา คืนตำแหน่งแล้ว ด้านแนวรุกเลือกใช้ ฮาแวร์ตซ์ พอดีจริง
ผลปรากฎว่า เริ่มเกมมานาทีเดียว อัล ฮิลาล ได้ลุ้นก่อน เมื่อ มาเตอุส เปเรยร่า จ่ายไปให้ โอเดียน อีกาโล่ ยิงด้วยขวาหน้าเขตโทษไม่ตรงกรอบ
เชลซี เองก็มีโอกาสดีเช่นเดียวกัน มาเตโอ โควาซิช จ่ายไปให้ โรเมลู ลูกากู ยิงด้วยซ้ายในเขตโทษ แต่ว่าติดเซฟ อัลดุลลาห์ อัล ไมอูฟ
ในที่สุด เชลซี ก็มาออกนำ 1-0 ในนาทีที่ 32 เมื่อบอลมาเข้าทาง โรเมลู ลูกากู ยิงระยะเผาขนตุงตาข่าย
ด้านหลังครึ่งแรก เชลซี เกือบจะได้เพิ่ม ฮาคิม ซิเย็ค ลากตัดมายิงด้วยซ้าย แต่ว่าบอลไม่ผ่านมือ อัล ไมอูฟ
ครึ่งหลัง อัล ฮิลาล เพียรพยายามเดินหน้าบุก อีกาโล่ จ่ายไปให้ โมฮัมเหม็ด คานโน่ ยิงไกลไม่ตรงเป้า
นาทีที่ 63 อัล ฮิลาล น่าตีเสมอได้เหลือเกิน เมื่อ มาเตอุส เปเรยร่า จ่ายไปให้ มุสซ่า มาเรก้า ยิงด้วยขวาในเขตโทษ แต่ว่า เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ยังปัดออกข้างหลังไปได้

เชลซีเฉือนหืดอัลฮิลาล2

อีก 5 นาทีถัดมา เป็นนาทีทองของ อัล ฮิลาล อีกครั้ง คานโน่ ยิงด้วยขวาหน้าเขตโทษกำลังจะเสียบเสาอยู่แล้ว แต่ว่า เกปา ก็ยังเซฟออกข้างหลังไปได้

ช่วงเวลาที่เหลือ ไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่ม จบเกม เชลซี เชือดชนะ อัล ฮิลาล 1-0 ผ่านเข้าไปชิงแชมป์กับ พัลเมรัส

เชลซีเฉือนหืดอัลฮิลาล3

รายชื่อผู้เล่นที่ลงในสนาม
อัล ฮิลาล : อับดุลลาห์ อัล มายุฟ,โมฮัมเหม็ด อัล-เบรอิก,จาง ฮุน-ซู,อาลี อัลเบเลฮี,ยัสเซอร์ อัล-ชาห์รานี่,กุสตาโบ กวยยาร์,โมฮาเหม็ด คานโน,ซาเลม อัล-ดาว์ซารี่ (อังเดร การ์ริโญ่ น.81),มาเธอุส เปเรย์ร่า (ไมเคิล น.81),มุสซ่า มาเรก้า,โอเดียน อิกาโล่

เชลซี : เกปา อาร์ริซาบาลาก้า,อันโตนิโอ รือดิงเกอร์,ติอาโก ซิลวา,อันเดรส คริสเตียนเซ่น,เซวาร์ อัซปิลิกวยต้า,มาเตโอ โควาซิซ,จอร์จินโญ่ (เอ็นโกโล่ ก็องเต้ น.46,มาร์กอส อลอนโซ่ (มาล็อง ซาร์ น.87),ไค ฮาแวร์ตซ์,ฮาคิม ซิเย็ค (เมสัน เมานท์ น.72),โรเมลู ลูกากู